พื้นที่บนฝั่งแม่น้ำด้านใต้

พื้นที่บนฝั่งแม่น้ำด้านใต้เป็นสถานที่แห่งความทรงจำ กำแพงแห่งความทรงจำหันหน้ารับแสงแดดทอดยาว 111 เมตรตามความคดเคี้ยวของแม่น้ำโอตาคาโร/เอวอน

ทางราบกลางแจ้งที่ลดหลั่นเป็นเชิงชั้นพร้อมที่นั่งและต้นเมเปิ้ลตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างแนวกำแพงสูง 3.6 เมตรกับแม่น้ำ บริเวณของพื้นที่บนฝั่งแม่น้ำด้านใต้ได้รับการออกแบบให้รองรับระดับความสูงต่ำของแม่น้ำที่อาจผันแปร

 

การรำลึกถึงท่านที่เสียชีวิต

บุคคลจำนวน 185 ท่านที่เสียชีวิตในเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ได้ดำเนินชีวิตอยู่ในไครสต์เชิร์ชไม่ว่าจะโดยบังเอิญหรือโดยปกติตามชีวิตประจำวันของท่านเหล่านั้น ขณะนั้นเป็นเวลาที่ยุ่งเหยิงเวลาหนึ่งของปีสำหรับผู้คนในท้องถิ่นและผู้ที่มาเยี่ยมเยือน ณ เวลา 12.51 น. ของวันดีๆ ในฤดูร้อน ในขณะที่ผู้คนกำลังสาละวนกับการทำในสิ่งต่างๆ เช่น ทำงาน ศึกษาเล่าเรียน จับจ่ายซื้อของ รับประทานอาหารกลางวันกับเพื่อนฝูง หรือกำลังเดินไปมา

แผ่นดินไหวได้เกิดขึ้นโดยปราศจากการเตือนใดๆ และได้คร่าชีวิตของผู้คนทุกวัยตั้งแต่ทารกไปจนถึงผู้ชรา เกือบครึ่งหนึ่งของผู้คนที่เสียชีวิตไปในบริเวณตัวเมือง ชานเมือง และบริเวณรอบๆ เมือง เป็นผู้ที่มาจากต่างประเทศ มาทำงาน มาศึกษาเล่าเรียน และมาพักผ่อนอยู่ที่นี่

ความสูญเสียจากวันนั้นยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องต่อผู้คนที่อยู่ในชุมชนท้องถิ่น ทั่วทั้งนิวซีแลนด์ และในต่างประเทศ

สำหรับผู้คนทุกชาติทุกภาษา ช่วงชีวิตและสถานที่ได้รับการจดจำ และความรู้สึกร่วมกันนี้เองที่เราหวังที่จะแบ่งปันระหว่างกันผ่านอนุสรณ์สถานแห่งนี้ เราขอขอบคุณและรำลึกถึงบรรดาท่านที่เราสูญเสียไปและบรรดาท่านที่ชีวิตได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดชั่วนิจนิรันดร์ อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่เลวร้ายในวันนั้น

นอกจากบรรดาท่านที่เสียชีวิตแล้ว ยังมีคนกว่า 220 คนที่ได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลไครสต์เชิร์ชจากอาการบาดเจ็บสาหัส และอีกราว 6,500 คนที่ได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บเล็กน้อย

ข้อความแสดงถึงความขอบคุณ

ข้อความอื่นที่ได้รับการจารึกไว้บนกำแพงเป็นข้อความที่แสดงถึงความสะเทือนใจที่ได้รับจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและการจดจำบรรดาท่านที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่รอดชีวิต และบุคคลที่ได้ให้ความช่วยเหลือและให้กำลังใจ

(Actual text will be added after 22 Feb)

กำแพงแห่งความทรงจำ

การจัดวางรายชื่อ

รายชื่อของบุคคลที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 ได้รับการจารึกไว้บนแผ่นหินอ่อนซึ่งมีความยาวถึง 40 เมตรเรียงอยู่บนกำแพงแห่งความทรงจำ

แต่ละชื่อของทั้งหมด 185 ชื่อได้รับการสะกดตามที่ได้รับแจ้งจากบรรดาครอบครัวของบุคคลเหล่านั้น  รายชื่อทุกชื่อเขียนเป็นภาษาอังกฤษและภาษาแรกของท่านนั้นเพิ่มด้วย (ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ไทย ฮีบรู อาราบิค เซอร์เบียนหรือรัสเซีย) ในกรณีที่ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแรก

การจัดวางรายชื่อได้รับคำแนะนำจากบรรดาครอบครัวผู้สูญเสียด้วยเช่นกัน  มีคำร้องเป็นจำนวนมากขอให้จัดวางรายชื่อของผู้ที่เป็นสมาชิกในครอบครัว สามีภรรยา เพื่อน เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมชั้นเรียน และบุคคลที่มาจากประเทศเดียวกัน ให้อยู่ใกล้กันบนกำแพง สำหรับการจัดวางชื่อของบุคคลที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้อื่นจะเป็นไปตามลักษณะบังเอิญ เพื่อให้สะท้อนถึงลักษณะโดยธรรมชาติแบบสุ่มของแผ่นดินไหวและบุคคลที่ได้รับผลกระทบ

การรำลึกถึงท่านที่ให้ความช่วยเหลือ

ท่านที่ได้รับบาดเจ็บได้รับการช่วยชีวิตหรือช่วยเหลือจากเหล่าอาสาสมัคร ซึ่งความช่วยเหลืออย่างโอบอ้อมอารีที่มีให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเป็นหลายวัน หลายสัปดาห์ ความพยายามของกลุ่มต่างๆ ที่ประสานงานกัน เช่น ฟาร์มี อาร์มี และสติวเดนท์ อาร์มี เช่น ในการล้างโคลน จัดหาอาหาร และช่อมแซมบ้านเรือน เป็นต้นเหล่านี้ ได้รับความร่วมมืออย่างทันทีจากเพื่อนบ้าน มิตรสหาย และครอบครัว อย่างต่อเนื่อง

ทันทีหลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ได้มีบุคลากรในการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินเกือบ 600 คนเข้ามาให้ความช่วยเหลือในเมืองภายใต้การควบคุมของการจัดการภาวะฉุกเฉินของการกำลังป้องกันฝ่ายพลเรือน ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วทุกมุมโลกได้มาร่วมงานกับมิตรประเทศจากออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน และสิงคโปร์

กองกำลังป้องกันแห่งนิวซีแลนด์ได้ตอบสนองด้วยการปฏิบัติการภายในประเทศที่ใหญ่ที่สุด และมีหน่วยงานต่างๆ มาให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม ได้แก่ กาชาดนิวซีแลนด์ และหน่วยบรรเทาทุกข์

การรำลึกถึงผลกระทบในวงกว้าง

ความชอกช้ำที่เกิดขึ้นทันทีจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและการเกิดแผ่นดินไหวตามอีกมากกว่า 11,000 ครั้งที่ต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปีได้ส่งผลทางด้านจิตใจต่อชุมชนอย่างใหญ่หลวง ได้มีการคาดประมาณว่าราษฎรราว 10,000 รายได้ย้ายออกไปจากไครสต์เชิร์ชหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และจนกระทั่ง พ.ศ. 2559 ก็ยังพบว่าจำนวนประชากรของไครสต์เชิร์ชมิได้กลับสู่จำนวนในระดับที่เคยเป็นก่อนการเกิดแผ่นดินไหว

ความเสียหายที่ใหญ่หลวงต่อสังหาริมทรัพย์ได้แปลงโฉมนครไครสต์เชิร์ช เขตที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ถูกกำกับให้เป็น “พื้นที่สีแดง” (red zoned หรือพื้นที่ที่ไม่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยในระยะสั้นถึงระยะปานกลาง) และบ้านเรือนกว่า 5,000 หลังถูกรื้อถอน ในขณะที่พื้นที่ภายในของตัวเมืองได้รับการปรับเปลี่ยนให้มีพื้นที่หลัก (key precincts) และโครงการหลัก ตามแผนฟื้นฟูศูนย์กลางของไครสต์เชิร์ช

ความเสียหายที่มีต่อโรงเรียน โบสถ์ ศูนย์กีฬา สถานที่สำหรับชุมชน แหล่งทางด้านวัฒนธรรมและอื่นๆ ยังส่งผลกระทบต่อบรรดาชีวิตของชาวแคนเทอร์เบอรี่ด้วย 

โคฮาตู ปัวนามู

โคฮาตู ปัวนามู (หินกรีนสโตน) จัดวางอยู่ที่ทางเข้าอนุสรณ์สถานเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความสำคัญของอนุสรณ์สถาน หินนี้ได้รับเป็นของขวัญจาก เต รูนังงา โอ ไง ตาฮู ซึ่งชาวเมารีมีประเพณีสืบต่อกันมายาวนานในการจัดวางหิน ปัวนามู ไว้ที่ทางเข้าที่มีความสำคัญ และมีพิธีการสัมผัสก้อนหินเพื่อเป็นการเชื่อมโยงผู้มาเยือนให้ย้อนรำลึกถึงแผ่นดินและผู้คนทั้งหมดที่เคยอยู่ในที่นั้นมาก่อนพวกเขา

ตัวแทนของ ไง ตาฮู เป็นผู้คัดเลือกหิน ปัวนามู จากภูเขาแถบ เซ้าท์ เวสต์แลนด์ ซึ่งถูกนำออกมาโดยการขนส่งทางเครื่องบิน

หินถูกนำขึ้นวางอยู่บนแท่นสี่เหลี่ยมซ้อนอยู่บนฐานหินอ่อนสีขาวคาร์ราร่า นายเฟย์น โรบินสันช่างแกะสลักผู้ชำนาญของ ไง ตาฮู ได้ทำการแกะสลักลวดลาย 3 แบบซึ่งผ่านการยิงทรายให้ติดอยู่กับฐานหินอ่อน

เมื่อวันเวลาผ่านไป แสงแดดจะแผ่ความอบอุ่นและฝนจะชะล้างหิน ปัวนามู ซึ่งจะทำให้ลักษณะภายนอกเปลี่ยนแปลงไป แต่จะยังคงเป็นเครื่องเตือนความจำที่มีความงดงามและจับต้องได้ถึงการเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งระหว่างพื้นแผ่นดินกับผู้คนที่อาศัยอยู่