หน้าหลัก

อนุสรณ์สถานแห่งชาติรำลึกเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเขตแคนเทอร์เบอรี่เป็นสถานที่สำหรับการสะท้อนรำลึกถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวใน พ.ศ. 2553 / 2554 ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่นครไครสต์เชิร์ชไปชั่วนิจนิรันดร์

อนุสรณ์สถานแห่งนี้เป็นสถานที่แสดงความเคารพต่อบุคคลที่สูญเสียชีวิต บุคคลที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและบรรดาผู้ที่รอดชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่แสดงความรับรู้ถึงความชอกช้ำทางจิตใจร่วมกันและแรงสนับสนุนที่ได้รับในช่วงการตอบสนองและการฟื้นฟูที่ตามมาภายหลัง

 

หนึ่งอนุสรณ์สถาน สองพื้นที่

อนุสรณ์สถานแห่งชาติรำลึกเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเขตแคนเทอร์เบอรี่โอบล้อมพื้นที่สวนสาธารณะที่มีหมู่ไม้ ที่นั่ง และสวน พื้นที่นี้ตั้งอยู่ทางฝั่งด้านเหนือของแม่น้ำโอตาคาโร/เอวอนซึ่งเผยทิวทัศน์ไปถึงพื้นที่บริเวณกำแพงแห่งความทรงจำซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งด้านใต้

การพัฒนาอนุสรณ์สถานเป็นโครงการร่วมระหว่างรัฐบาลนิวซีแลนด์ สภาเมืองไครสต์เชิร์ช และ เต รูนังงา โอ ไง ตาฮู ซึ่งเป็นองค์คณะบริหารของ อีวี ไง ตาฮู ในเกาะใต้

ไง ตาฮู ได้มอบชื่อ เต เรโอ เมารี เป็นของขวัญให้แก่อนุสรณ์สถานว่า “โออิ มานาวา” ซึ่งหมายความว่า “ความสั่นไหวหรือการสั่นระริกของหัวใจ” นอกจากนั้นยังหมายถึงการสั่นไหวของแผ่นดินไหว และเป็นสัญลักษณ์ของความชอกช้ำที่ผู้คนประสบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวอีกด้วย

ไง ตาฮู ยังได้ให้พรแก่อนุสรณ์สถานและบรรดาสถานที่ที่มีการสูญเสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวอีกด้วย

แผ่นดินไหวในระดับตื้นที่สร้างความหายนะอันยิ่งใหญ่

ห้าเดือนหลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวด้วยความรุนแรงระดับ 7.1 ริกเตอร์ ซึ่งมีจุดศูนย์กลางใกล้กับเมืองดาร์ฟิลด์ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของไครสต์เชิร์ช ก็ได้มีแผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายมากขึ้นกว่าเดิมอีกเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 การสั่นสะเทือนในระดับตื้นด้วยความรุนแรงระดับ 6.3 ริกเตอร์ซึ่งเกิดขึ้นในเขตพอร์ตฮิลล์ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองไครสต์เชิร์ชไปเพียง 10 ก.ม. ทำให้เกิดความเร่งของพื้นดินสูงสุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในนิวซีแลนด์

แผ่นดินไหวได้คร่าชีวิตผู้คนถึง 185 คนและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก แรงสั่นที่ตามมาเป็นระลอกยังส่งผลกระทบทางจิตใจอีกมหาศาล เนื่องจากผู้คนต้องทนทรมานจากแผ่นดินไหวตามอีกมากกว่า 11,000 ครั้ง ในขณะที่ต้องจัดการกับบ้านเรือนที่ถล่มและที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงความยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นในบรรดาชุมชนและสถานที่ทำงานต่างๆ

อาคารบ้านเรือนประมาณ 25,000 หลังได้รับความเสียหายอย่างหนักและกว่าครึ่งหนึ่งของบรรดาตึกอาคารในใจกลางเมืองจำเป็นต้องรื้อถอนออกไป